อุเทน พรมแดง นักเขียนหนุ่มผู้ไม่เคยทิ้งความฝัน

Posted 2022-10-10 12:59:17 By kidsin

สัมภาษณ์โดย : ปัณณิกา รักษณาลี

นิตยสาีร VOTE : ปักษ์แรก ตุลาคม 2553

 

               นับตั้งแต่ปลายปี 2543 ที่นักเขียนหนุ่มชาวอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เริ่มเข้ามาเดินเตาะแตะอยู่บนถนนสายน้ำหมึก กระทั่งถึงวันนี้ เกือบ 10 ปีแล้ว ที่ อุเทน พรมแดง ได้ผลิตผลงานออกมาต่อเนื่อง จนสามารถกล่าวได้ว่า เขาเป็นนักเขียนหนุ่มไฟแรงที่ไม่เคยทอดทิ้งความฝัน ทั้งยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังสร้างสรรค์อย่างแท้จริง

ผลงานของ อุเทน พรมแดง นับเนื่องในห้วงเวลาร่วม 10 ปีที่ผ่านมานั้น พบได้ทั้งเรื่องสั้นที่เขาถนัด นวนิยาย นวนิยายกึ่งเรื่องสั้น และวรรณกรรมเยาวชน จนมาถึงบทกวี ที่ส่วนใหญ่แล้ว ล้วนได้รับรางวัลจากสถาบัน และองค์กรต่างๆ มากมาย

ด้วยความที่นักเขียนหนุ่มซึ่งเพิ่งจะมีอายุย่างเข้า 30 ปลายปีนี้ ถือได้ว่าเป็นวัยแห่งการแสวงหา ทว่า อุเทน พรมแดง  กลับไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะมากนัก ตรงกันข้ามกับผลงานของเขาภายใต้ชื่อสำนักพิมพ์ RedCarpetBook  ที่ยังคงทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคือรวมเรื่องสั้นแนวเหนือจริงที่มีชื่อว่า “พระราชาไม่มีวันตาย” กระทั่งมีคนคิดค้นคำนิยามให้แก่นักเขียนหนุ่มว่า “เจอแต่งาน ไม่เจอตัว” นี่จึงเป็นที่มาซึ่งทำให้ใครหลายคนกระหายใคร่รู้ในความเป็นไปของเขา รวมถึงผลงานเล่มต่อไป  ที่การันตีได้เลยว่า เขายังคงทำหน้าที่ของการเป็นนักเขียนที่ดี ด้วยการสรรค์สร้างผลงานวรรณกรรมออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง  

บทสัมภาษณ์นี้ ถือได้ว่าเป็น EXCLUSIVE ที่นักเขียนหนุ่มนาม อุเทน พรมแดง ผู้ไม่ค่อยเปิดเผยตัวตนต่อสาธารณะมากนักได้ให้เกียรติตอบรับบทสัมภาษณ์ของเรา....ข้าพเจ้าใคร่ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

 

ถาม : อันดับแรก อยากให้คุณบอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นนักเขียน

นักเขียนทุกคนล้วนเป็นนักอ่านมาก่อน ผมเองก็เช่นกัน เมื่ออ่านหนังสือมากๆ เราก็หลงรักตัวหนังสือ หลงรักเรื่องสั้น หลงรักนวนิยาย พร้อมๆ กับรู้สึกว่าตัวเองน่าจะมีความสามารถพอถ่ายทอดงานวรรณกรรมแบบนั้นออกมาได้บ้าง เมื่อเริ่มลงมือเขียนก็เหมือนค้นพบตัวเอง เหมือนเจองานถนัด งานที่ทำแล้วมีความสุข

เรื่องของการทำงานด้วยใจรักนี้ ผมอยากทิ้งข้อคิดง่ายๆ ไว้ข้อหนึ่งว่า “เมื่อเราทำงานที่เรารัก เราก็ไม่ต้องทำงานอีกต่อไป” ใครค้นหาตัวเองเจอ อยู่กับสิ่งที่ตัวเองรัก จะเข้าใจดีว่าความรู้สึกนี้เป็นอย่างไร

 

ถาม : ภายในเวลาไม่กี่ปีหลังจากที่คุณกระโจนสู่สายธารวรรณกรรม ในที่นี้ เราจะไม่เจาะลึกถึงรางวัลเรื่องสั้นที่คุณได้รับในประเภทต่างๆ หนังสือรวมเรื่องสั้นที่ชื่อว่า‘ต้นไม้ประหลาด’ ของคุณเข้ารอบสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ทั้งยังได้รับรางวัลชมเชยจากคณะกรรมการพัฒนาหนังสือแห่งชาติ พ..2547 และรางวัลชมเชย 7 Book Awards ในปีเดียวกันคุณรู้สึกอย่างไรกับรางวัลที่ได้รับ

รางวัลเป็นกำลังใจชั้นยอด เป็นแรงผลักดันที่ดีในช่วงเริ่มต้นการเขียนหนังสือ ทำให้เรารู้ว่าเราก้าวมาไม่ผิดทาง เรื่องที่เราเขียนออกไปพอจะเข้าร่องเข้ารอยอยู่บ้าง แต่หลังจากเป็นนักเขียนเต็มตัวแล้ว รางวัลไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป รางวัลให้เราได้แค่สองอย่าง คือชื่อเสียงกับเงิน แต่รางวัลกลับทำลายเราได้มากมายถ้าเราไม่เข้าใจมันดีพอ โดยเฉพาะในแง่ของการหลงยึดติดกับมัน

มีนักเขียนซีไรต์บางคนรู้สึกขัดเคืองขึ้งโกรธเวลาที่คนประกาศขานชื่อของเขาแล้วไม่เติมคำว่า “นักเขียนซีไรต์” ต่อท้าย ผมมองว่าคนแบบนี้น่าสมเพชเวทนาสิ้นดี

ที่พูดทำนองนี้ไม่ได้หมายความว่าผมปฏิเสธรางวัล ไม่ว่ารางวัลซีไรต์หรือรางวัลไหนผมก็อยากได้ เพราะได้ทั้งเงินและชื่อเสียง เพียงแต่ผมไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับมัน มีเรื่องที่ส่งได้ผมก็ส่ง ไม่มีก็ไม่ส่ง ผมเคยบังคับตัวเองให้เขียนงานเพื่อส่งประกวดรางวัลโน้นรางวัลนี้ แต่เลิกทำแบบนั้นไปนานแล้ว ผมเขียนสิ่งที่ผมอยากเขียน ถ้าจังหวะพอดีกันก็ค่อยส่งประกวดเล่นๆ

ในความรู้สึกของผม ‘รางวัลจากงานเขียนที่แท้จริงคือการตอบรับจากนักอ่านต่างหาก’

 

ถาม : หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผลงานของคุณยังกวาดรางวัลจากสถาบันอื่นๆ อีกมากมาย จนคุณได้ชื่อว่าเป็นนักเขียนมือรางวัลในเวลาอันรวดเร็ว คุณรู้สึกอย่างไรกับการถูกขนานนามนี้

มีคนพูดถึงเรา มีคนขนานนามให้เรา ก็ดีกว่าไม่มีใครเอ่ยถึง อย่างน้อยคำว่า “มือรางวัล” มันก็ส่อนัยไปในทางดีมากกว่าทางร้าย ถ้าผมได้รางวัลเยอะ มันก็ย่อมแปลว่าผมขยันสร้างงาน

 

ถาม : รางวัลต่างๆ ที่คุณได้รับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสั้นชนะเลิศการประกวดวรรณกรรมการเมืองรางวัลพานแว่นฟ้าก็ดี รางวัลดีเด่นจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานก็ดี รางวัล Young Thai Artist Award ก็ดี หรือแม้แต่รางวัลจากสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯเป็นอาทิรางวัลเหล่านี้ถือเป็นแรงกดดันในการสร้างผลงานใหม่ๆ ของคุณหรือไม่

ไม่เลยครับ ยิ่งได้รางวัลผมยิ่งเขียนแหลก คนเราทำงานมันก็ต้องมีดีบ้างไม่ดีบ้าง แล้วทัศนะของคนอ่านหรือคณะกรรมการแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราทำงานให้คนทั้งโลกชื่นชอบมันเหมือนกันหมดไม่ได้อยู่แล้ว ขอแค่เราตั้งใจทำ ให้หัวใจกับมัน ทุ่มเทกับมัน แล้วเราก็รู้สึกว่างานมีคุณภาพพอ แค่นี้ก็ปล่อยงานออกไปได้แล้ว

ผมเขียนหนังสือเป็นอาชีพ ถ้ามัวนั่งเกร็ง ก็คงต้องเปลี่ยนไปกินแกลบ

เรื่องคณะกรรมการของเวทีประกวดต่างๆ ก็เป็นอีกเรื่องที่ผมอยากพูด ผมอยากให้นักเขียนรุ่นใหม่มองว่า พวกนั้นเป็นแค่คนกลุ่มหนึ่งที่ได้รับหน้าที่ตัดสินงานของเรา คณะกรรมการบางคนอาจมีภูมิทางวรรณกรรมล้นสมอง แต่บางคนก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย อ่านหนังสือยังไม่แตกด้วยซ้ำ ยิ่งคลุกคลีกับวงการวรรณกรรมคุณจะยิ่งรู้ความจริงข้อนี้ เมื่อได้รางวัลอะไรมา มันก็แค่ทำให้เรารู้ว่า คนกลุ่มหนึ่งชื่นชอบงานชิ้นนี้ของเรา ไม่ได้หมายความว่าคณะกรรมเหล่านั้นเป็นเทวดามาจากไหน และงานของเราก็ไม่ได้วิเศษวิโสเลิศเลออะไรเลย

 

ถาม : เท่าที่ได้ติดตามอ่านงานเขียนของคุณ สัมผัสได้ว่า คุณพยายามหลีกหนีการเขียนงานในแนวที่ซ้ำเดิม   เหมือนเป็นความตั้งใจของคุณ ก่อนผลิตผลงานออกมาแต่ละเล่ม คุณพอจะบอกได้ไหมว่า คุณมีการวางแผนอย่างไร

ไม่ถึงกับเป็นการวางแผน แต่เหมือนเราคิดก่อนว่าจะทำอะไรต่อไป จะใช้วิธีการแบบไหนมารับใช้จิตนาการของเรา ถ้าเขียนในแบบที่เคยทำไปแล้วซ้ำๆ ซากๆ มันก็หมดสนุก ไม่ท้าทาย ไม่พัฒนาสมองตัวเอง และที่สำคัญ...ถ้างานของเรามีรสชาติเดิมๆ เสมอ วันหนึ่งนักอ่านอาจเบื่อเรา สู้เราสร้างอะไรแปลกๆ ให้นักอ่านได้ลิ้มลองอยู่ตลอดไม่ได้ แม้บางชิ้นลิ้มลองแล้วจะอ้วกแตกอ้วกแตนก็ตาม

 

ถาม : ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ แต่สื่อกลับไม่เคยได้ยินข่าวการเปิดตัวหนังสือของสำนักพิมพ์คุณ ทั้งที่ผลิตผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง อยากทราบว่า หากไม่ใช้การโฆษณาประชาสัมพันธ์แล้ว สำนักพิมพ์ของคุณขับเคลื่อนด้วยวิธีใด 

ผมไม่ค่อยอยากเรียกตัวเองว่าเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์ หรือเป็นคนทำสำนักพิมพ์สักเท่าไหร่ ถึงแม้ในทางปฏิบัติจะเป็นแบบนั้นก็ตาม ผมอยากเรียกตัวเองว่าเป็น “คนทำหนังสือ” มากกว่า สำนักพิมพ์ของผมไม่ได้ใหญ่โต มีทุนรอนแค่พอต่อยอดไปเล่มต่อเล่ม เป็นการทำธุรกิจเพื่อเงินครึ่งหนึ่งเพื่อความสุขครึ่งหนึ่ง เรื่องการเปิดตัวตอบได้ง่ายมาก ผมไม่มีปัญญาจัดงานเปิดตัว แล้วก็มองว่าเรายังไม่ได้ทำงานใหญ่ขนาดนั้น เราแค่เริ่มก้าว เป็นก้าวเล็กๆ ที่ไม่ต้องการส่งเสียงให้ใครได้ยิน หนังสือที่ผมพิมพ์ออกไปแต่ละเล่มล้วนโฆษณาตัวเองอยู่ในร้านหนังสือทั้งนั้น ถ้ามันดีจริง กระตุ้นความสนใจนักอ่านได้จริง มันก็ต้องขายได้ แต่ถ้าคุณโหมเงินไปกับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่งานที่ผลิตออกมากลับไม่มีคุณภาพ คุณก็เดินไปได้ไม่ไกลแน่นอน

เดี๋ยวจะหาว่าผมปฏิเสธกลไกการตลาดในแง่การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่จริงแล้วผมก็ทำเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีการที่คนส่วนใหญ่ชอบใช้กัน และเป็นวิธีการที่สอดคล้องกับกำลังของผม ในอนาคตถ้าสำนักพิมพ์เติบโตมากขึ้น ผมก็อาจเดินหน้าแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่เป็นรูปธรรมชัดเจนกว่านี้

อ้อ...สำนักพิมพ์ของผมกำลังจะขยายตัวนิดหน่อย มีหุ้นส่วนเข้ามาเพิ่ม มีคนร่วมงานเพิ่ม เลยถือโอกาสรีแบรนด์ตัวเอง โดยผมจะเปลี่ยนชื่อสำนักพิมพ์จาก RedCarpetBook เป็น IMAGINE ที่บอกกล่าวไว้ตรงนี้ก็เพราะเกรงบางคนจะเข้าใจไปว่า ที่ไม่เห็นหนังสือจัดพิมพ์ภายใต้ชื่อ RedCarpetBook อีกเพราะสำนักพิมพ์ของผมเจ๊งไปแล้ว

 

ถาม : เท่าที่ทราบ สำนักพิมพ์ของคุณไม่ได้พิมพ์เฉพาะงานของตัวเองเท่านั้น อยากให้คุณเล่าถึงการคัดเลือกผลงานที่จะนำมาพิจารณาตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ RedCarpetBook เพื่อเป็นแนวทางให้แก่นักเขียนรุ่นใหม่

ผมรับพิมพ์งานไม่จำกัดแนวทาง ขอให้เป็นงานที่มีคุณภาพ และมองเห็นว่ามีโอกาสทำตลาดได้ ผมก็พิมพ์หมด แต่ถ้าเป็นงานวรรณกรรมอย่างรวมเรื่องสั้นหรือว่านวนิยาย หากไม่ใช่งานที่อ่านแล้วถูกใจผมจริงๆ ผมก็ไม่พิมพ์ เพราะรู้ดีว่าพิมพ์ออกไปก็ขายไม่ได้ ไม่ต้องอะไรมาก...ผมยังมีต้นฉบับของตัวเองกองเป็นตั้งๆ อยู่ในตู้ ไม่รู้เมื่อไหร่จะมีปัญญาพิมพ์ออกมา

 

ถาม : คุณถือว่าเป็นนักเขียนที่แปลก เพราะนอกจากหาตัวยากมากแล้ว ยังไม่พบข้อความใดๆ ของคุณบนโลกไซเบอร์เลยแม้แต่ข้อความเดียวทั้งที่ปัจจุบัน นักเขียนต่างต้องวิ่งให้ทันกระแสโลกาภิวัตน์ จำเป็นที่จะต้องมีไฮไฟว์ เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์เพื่อแสดงผลงาน ทำการโฆษณา หรือแม้แต่การใช้วิธีขายตรง ขณะที่คุณมีเพียงอีเมลติดต่องานเท่านั้น อยากทราบว่าเพราะเหตุใด คุณถึงไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้

ถ้าคิดตื้นๆ อาจมองว่าผมเป็นนักเขียนที่ปฏิเสธเทคโนโลยีหรือเปล่า หรือเป็นพวกไม่รู้เรื่องคอมพิวเตอร์ แต่จริงๆ แล้วตรงกันข้ามเลย ทุกวันนี้กำไรหลักๆ จากการทำสำนักพิมพ์ของผมมาจากการทำหนังสือคอมพิวเตอร์ ถ้าไม่นับทักษะด้านการเขียนแล้ว สิ่งที่ผมถนัดที่สุดก็เห็นจะเป็นเรื่องคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตนี่แหละ ผมรู้จักเจ้าพวก Blog หรือ Social Network ต่างๆ ดี ที่ไม่เห็นผมไปโพสต์ข้อความไร้สาระที่ไหน เพราะผมมองว่าสิ้นเปลืองเวลา ถ้าคุณเป็นนักเขียนที่ทำงานหนัก คุณจะไม่เหลือเวลาไปเขียนข้อความไร้สาระบนโลกอินเทอร์เน็ตหรอก แค่เวลาเท่าที่มีอยู่ผมก็รู้สึกว่าทำงานไม่ทันแล้ว มีงานอีกมากมายที่ผมอยากเขียน มีเรื่องราวหลากหลายอยากบอกเล่า ตัวละครนับไม่ถ้วนรอคอยจะออกมามีชีวิตบนหน้ากระดาษ ผมมองว่าสติปัญญาและเวลาของผมควรทุ่มเทให้กับงานการที่เป็นประโยชน์โภชผลจริงๆ เท่านั้น

ความเชื่อมโยงระหว่างผมกับโลกโซเบอร์ไม่ใช่ว่าจะไม่มี ผมทำเว็บไซต์ของตัวเองไว้ที่ www.uthain.com รวมถึงเว็บไซต์ของสำนักพิมพ์คือ www.redcarpetbook.com แค่หาเวลาดูแลจัดการทั้งสองเว็บไซต์นี้ ผมก็หัวปั่นเกินพอแล้วพวกเว็บไซต์ Social Network ต่างๆ น่ะ เดี๋ยวเอาไว้ผมแก่ตัว สมองทึบ เหงาจัด ว่างมาก แล้วผมคงได้มีโอกาสเข้าไปเล่นอย่างจริงจัง

 

ถาม : อาชีพนักเขียนยังคงเป็นอาชีพที่ได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย รวมถึงเป็น IDOL ให้กับเด็กรุ่นใหม่ ไม่เว้นแม้แต่ตัวของคุณเอง ในฐานะนักเขียนมือรางวัล คุณมีอะไรแนะนำน้องๆ ที่อยากเข้ามาสู่เส้นทางสายนี้

ง่ายๆ สั้นๆ คุณควรเป็นนักเขียนเพราะเหตุผลเดียวเท่านั้น คือคุณรักการเขียนเป็นชีวิตจิตใจ ถ้าอยากเป็นนักเขียนด้วยเหตุผลอื่นๆ ถอยกลับไปเถอะครับ ผมเตือนคุณแล้วนะ...

 

ถาม : สุดท้าย ในอนาคตข้างหน้า คุณอยากเห็นแวดวงวรรณกรรมพัฒนาไปในทิศทางใด  

ผมขอพูดเรื่องคณะกรรมการตัดสินการประกวดรางวัลต่างๆ เชื่อมโยงมาจากคำถามก่อนโน้น ผมมองว่าเวทีการประกวดทั้งหมดในประเทศไทยเราให้ความสำคัญกับนักวิจารณ์เกินไป คณะกรรมการที่เข้าไปนั่งหน้าสลอนส่วนใหญ่เป็นนักวิจารณ์ เป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยประเภทที่มีคำย่อนำหน้าชื่อยาวเหยียด คนกลุ่มนี้บางคนมีคุณภาพจริง แต่บางคนก็กลวงเปล่า คนเหล่านี้ส่วนใหญ่มักคิดว่าตัวเองต้องรู้ไปหมด ต้องตีความงานวรรณกรรมออกทั้งหมด ไม่งั้นเดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าโง่ ผมยังเคยเจอนักวิจารณ์วรรณกรรมบางคนตีความงานของผมไปคนละเรื่อง ผมก็ได้แต่นั่งขำ

ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า คนที่สร้างงานไม่เป็น เขียนหนังสือไม่เป็น ไม่มีวันเข้าใจกระบวนการสร้างสรรค์งานหรือวิธีคิดในการเขียนงานวรรณกรรมหรอก และคนประเภทนี้ก็ไม่ควรมีสิทธิ์มีเสียงในการชี้ชะตาอนาคตของวรรณกรรมไทยมากเกินไป ถ้าวันหนึ่งผมมีพลังพอจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ หรือมีอำนาจเข้าไปจัดการระบบการคัดสรรคณะกรรมการเวทีประกวดไหน ผมจะให้สัดส่วนของคณะกรรมกรรมที่เป็นนักเขียนจริงๆ ไว้อย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเป็นส่วนผสมระหว่างนักวิจารณ์และนักอ่านที่มีคุณภาพ ไม่ใช่ปล่อยให้นักวิจารณ์วรรณกรรม อาจารย์สอนวรรณกรรมตามมหาวิทยาลัย หรือแม้แต่นักข่าว นั่งกินพื้นที่คณะกรรมการเกือบหมดอยู่แบบนี้

บางคนอาจมองว่าความคิดของผมคับแคบ คิดในมุมของนักเขียนเท่านั้น แต่คนที่ส่งงานเข้าประกวดก็คือพวกนักเขียนทั้งนั้นไม่ใช่หรือ บางทีเราต้องย้อนมาถามตัวนักเขียนเองด้วยว่า เขาต้องการให้ใครมาตัดสินใจงานของเขา

สำหรับผม หาก ไพฑูรย์ ธัญญา บอกว่างานชิ้นนั้นๆ ของผมอ่อนด้อย ผมจะยิ้มรับและขอให้ช่วยชี้แนะ หาก อัศศิริ ธรรมโชติ บอกว่างานของผมย่ำแย่ ผมจะขอให้ช่วยวิจารณ์เพิ่มพร้อมยกมือไหว้ หรือหาก จำลอง ฝั่งชลจิตร ชี้ว่างานของผมไม่ได้เรื่องอะไรเลย ผมจะถามด้วยความขอบคุณว่า แล้วผมควรพัฒนางานของตัวเองอย่างไรดี

แต่ถ้า ศ.ดร.XXX XXXX ซึ่งเขียนหนังสือไม่เป็นมาบอกว่างานของผมสุดแสนจะห่วยแตก ผมจะขอความกรุณาให้เขาหรือเธอไปเขียนงานดีๆ มาให้ผมอ่านเป็นขวัญตาสักชิ้น!

 

คำตอบของ 'อุเทน พรมแดง' คมคายและชัดเจน ดุจเดียวกับตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึ่งใครหลายคนมองว่า เขาเป็นนักเขียนหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและอหังการ แต่คนที่ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดเท่านั้นที่จะรู้ว่า 'อุเทน พรมแดง' เป็นคนดีที่ไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทั้งยังมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของการเป็นนักเขียนมากคนหนึ่ง ความอหังการเป็นเพียงเกราะที่คุ้มกัน ‘คนนอก’ ไม่ให้เข้าใกล้ในระยะประชิดเท่านั้น.

รวมเรื่องสั้นแนวเหนือจริง ผลงานเล่มล่าสุดของ "อุเทน พรมแดง"

Rating: 4.2/10 (56 votes cast)

2058 views | add comment0 comment » เข้าระบบ เพื่อแสดงความเห็น
iconcounter : 4,067,212
ค้นหา »

Username

Password

กรอก Username และ Password เพื่อเข้าระบบ
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

งานเขียนจากสมาชิก

10 ลำดับล่าสุด
เมื่อเขาประกาศลั่นกลองรบ
Posted 2014-03-24 04:53:52 By ปรารภ
48 views | add comment0 comment »
เก็บดอกรัก มาฝากคนทั้งโลก
Posted 2014-02-14 16:46:50 By เธอชื่อ มัทสุรี
116 views | add comment0 comment »
เชิดชูครูไทย...ในคำกาพย์
Posted 2014-01-14 12:03:46 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
142 views | add comment0 comment »
อวยพรชัย....ปีใหม่
Posted 2013-12-27 16:10:52 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
173 views | add comment0 comment »
อาเซียนคำฉันท์
Posted 2013-11-20 16:46:05 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
216 views | add comment1 comment »
ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญ ประกวดบทความ "วันอุเมดะ 20 มีนาคม"
Posted 2013-10-14 14:14:47 By กัลยาณี พลับสอาด
324 views | add comment0 comment »
ยังโชคดี..ที่ได้กลับบ้าน
Posted 2013-10-01 13:54:44 By เธอชื่อ มัทสุรี
328 views | add comment0 comment »
พระคุณของแม่
Posted 2013-08-08 15:07:48 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
452 views | add comment1 comment »
เพื่อนเงา
Posted 2013-08-01 19:23:58 By บุญตา บุรีศรี
489 views | add comment1 comment »
บทสดุดีสุนทรภู่คำโคลง
Posted 2013-06-26 20:00:56 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
454 views | add comment0 comment »
ดูทั้งหมด »

รายชื่อคอลัมนิสต์

Mataree คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 164 เรื่อง
กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 107 เรื่อง
คติ มุธุขันธ์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 96 เรื่อง
เครือข่ายนักเขียน แห่งประเทศไทย คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 76 เรื่อง
ชาติชาย อมรเลิศวัฒนา คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 10 เรื่อง
ชาติวุฒิ บุณยรักษ์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 8 เรื่อง
ซะการีย์ยา อมตยา คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 17 เรื่อง
นพดล ปรางค์ทอง คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง
นันทณัชชา เชื้อสุวรรณ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 45 เรื่อง
พฤษภา อาทิตย์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 5 เรื่อง
พิสิฐ ภูศรี คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 1 เรื่อง
ภฤศ ปฐมทัศน์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง
มารุต เหล็กเพชร คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 11 เรื่อง
ระวิวรรณ ศรีสยาม คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง
ราวัฬ ปินดี คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 18 เรื่อง
วรวิช ทรัพย์ทวีแสง คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 12 เรื่อง
วิภพ ล้อมเขต คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 12 เรื่อง
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒนวงศา คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 1 เรื่อง
อรรคพล สาตุ้ม คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 27 เรื่อง
อาคเนย์ ประพันธ์พจน์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง