โป่งกระทิง ผลงานเรื่องป่าเล่มล่าสุดของวัธนา บุญยัง

Posted 2013-01-21 19:07:27 By kidsin

 

หากจะเอ่ยถึงนักเขียนเรื่องป่าที่รู้เรื่องราวของป่าดีจนมีผลงานเขียนเกี่ยวกับป่าเขาลำเนาไพรออกมาแล้ว 29 เล่ม อีกทั้งบางเล่มได้รับการตีพิมพ์ซ้ำถึง 4-5 ครั้งคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก วัธนา บุญยัง อดีตอาจารย์สอนภาษาอังกฤษประจำโรงเรียนดัดดรุณี จังหวัดฉะเชิงเทรา

 

วัธนา เรียนรู้เรื่องป่ามาตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็กชายด้วยความที่มีพ่อแม่เป็นชาวสวน เริ่มต้นเขียนเรื่องป่ามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 กระทั่งผันตัวมาเป็นนักเขียนอาชีพหลังเออร์ลี่ รีไทร์ในปี พ.ศ. 2542  สร้างสรรค์ผลงานเขียนต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี จนปัจจุบันมีผลงานรวมทั้งหมด 41 เล่ม

 

 

            นวนิยายเรื่องป่าเล่มล่าสุดของ วัธนา ซึ่งวางจำหน่ายครั้งแรกในงานสัปดาห์แห่งชาติฯ เดือนมีนาคมที่ผ่านมามีชื่อว่า ‘โป่งกระทิง’ เป็นเรื่องราวของชาวบ้านห้วยปลากั้งที่ต้องอพยพถิ่นฐานเข้าไปในป่าลึกด้วยเหตุเพราะย่านที่อาศัยเดิมถูกโอบล้อมด้วยความแล้ง น้ำในลำห้วยที่เคยมีเหลือใช้กลับเหือดแห้งไปอย่างไร้สาเหตุ จนไม่อาจปลูกพืชไร่ให้ได้ผลผลิตตามต้องการ นำความลำบากยากแค้นมาสู่ชาวบ้านห้วยปลากั้งนานนับปี

 

           กระทั่ง ลุงปาน หัวหน้าชาวบ้านตัดสินใจรวบรวมลูกบ้านชาย-หญิงที่มีความแข็งแรง และไม่เกรงภัยอันตรายที่มองไม่เห็นราว 20 ชีวิตบุกป่าฝ่าดงหนามเพื่อเสาะหาผืนดินผืนใหม่ โดยจุดหมายปลายทางของพวกเขาอยู่กลางป่าดงดิบที่คนเดินป่าเรียกกันว่า ‘โป่งกระทิง’   

 

            หัวหน้าชาวบ้านวัยกว่า 70 กับ พรานโทน หนุ่มใหญ่วัย 50 เศษผู้สืบทอดวิถีพรานพื้นบ้านมาจากปู่และพ่อของเขานำกลุ่มชาวบ้านเดินเท้าพร้อมขบวนเกวียนสามเล่มที่อาศัยแรงงานควายหกตัวลากผ่านเส้นทางทุรกันดารซึ่งแต่เดิมเป็นทางลากไม้เก่ารกเรื้อ สภาพป่าโปร่งในสองวันแรกเปลี่ยนเป็นป่าทึบทึมที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่เรียงรายหนาแน่น กลุ่มชาวบ้านเลือกทำเลใกล้แหล่งน้ำเป็นที่ค้างแรม พวกเขาอิ่มหมีพีมันกับอาหารมื้อค่ำซึ่งเต็มไปด้วยพืชผักที่มีอยู่มากมายตามราวป่า รวมถึงปลาหลากชนิดในลำห้วยที่ใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำกลับมาทำอาหารได้โดยไม่ยากเย็น

 

            เพียงคืนแรกกับการนอนกลางดินกินกลางป่าดงดิบ ทิดคง ก็ต้องเสียควายของเขาไปในกลางดึกหลังยิงเสือที่กำลังขย้ำคอควายพลาดไปโดนควายของตัวเองเข้า ไม่ว่าจะเป็นเวรยามหรือกองไฟที่ถูกก่อไว้รายรอบไม่ได้ช่วยป้องกันภัยอันตรายจากสัตว์ป่าได้ตามที่คาดหวัง หนำซ้ำคืนถัดมา ฝูงหมาในยังลักลอบเข้ามาขโมยเนื้อควายแร่สำเร็จที่รมควันทิ้งไว้บนร้านย่างเนื้อไปกินจนเสียหายบางส่วน ลุงปาน สั่งลูกบ้านให้นำเนื้อที่เรี่ยราดบนพื้นไปทำความสะอาดเพื่อเก็บไว้กินวันหน้าด้วยความเสียดาย

 

            เสือโคร่งที่เข้ามาขย้ำควายของ ทิดคง คืนก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง คราวนี้มันพลาดถูก พรานโทน ยิงบาดเจ็บ สร้างความตระหนกให้แก่ชาวบ้านเพราะไม่รู้ว่า เสือลำบาก จะกลับมาเอาคืนเมื่อไหร่ ไม่เพียงแต่ความอาฆาตของเสือบาดเจ็บที่ทำให้ชาวบ้านเป็นกังวล เสียงร้องของช้างป่าที่มักมาพร้อมเสียงไม้ลั่นกราวใหญ่ในยามดึกสงัดก็สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านอยู่ไม่น้อย

 

            รุ่งขึ้น ลุงปาน ขอเสียงจากชาวบ้านเรื่องทำเลที่ตั้งหมู่บ้านแห่งใหม่ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับ ลุงปาน และ ทิดมี ที่เสนอผืนดินติดลำห้วยซึ่งพวกเขาใช้เป็นที่ค้างแรมมาแล้วสองคืนเป็นที่ตั้งหมู่บ้าน เมื่อเป็นเช่นนั้น หัวหน้าชาวบ้านจึงสั่งการให้ถางป่ารอบบริเวณจนเหี้ยนเตียนเพื่อสร้างกระท่อม รวมถึงคอกควายที่กั้นด้วยไม้ไผ่ลำโตสูงลิบเพื่อให้ควายอีกห้าตัวปลอดภัยจากเขี้ยวเสือ

 

หมู่บ้านแห่งใหม่ของชาวบ้านห้วยปลากั้งเป็นรูปเป็นร่างอย่างรวดเร็วเพราะความร่วมแรงร่วมใจคนละไม้คนละมือ แม้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไปบ้าง แต่พอตกเย็น ข้าวปลาอาหารที่แต่ละครัวจัดหามาล้อมวงกินร่วมกันพร้อมหน้ากับเหล้าป่ารสเลิศของ ทิดก่ำ ผู้มีฝีมือในการต้มเหล้าย่อมสร้างความสรวลเสเฮฮา เมื่อไม่มีวิทยุ โทรทัศน์ หรือเครื่องอำนวยความสะดวกอื่นใด นี่จึงเป็นความรื่นรมย์เดียวที่ชาวบ้านห้วยปลากั้งพอจะหาได้กลางป่าลึก

 

ถึงแม้ พรานโทน จะเป็นผู้ชำนาญเรื่องป่าจนได้การยอมรับจากชาวบ้านห้วยปลากั้งมากแค่ไหน แต่เขาก็เจอกับอาถรรพณ์ของป่าเข้าจนได้ในวันหนึ่ง ขณะออกล่าไก่ป่าตอนกลางวันอย่างที่ พรานโทน  เองไม่อาจหาคำตอบได้ว่าที่หลงป่าเพราะเผลอมุดเข้าไปในเถาวัลย์หลง* หรือเจอเข้ากับผีบังบด** กันแน่

 

            จนเมื่อพลบค่ำ หัวหน้าชาวบ้านเกรงว่าพรานที่มีอยู่คนเดียวในหมู่บ้านจะพลาดท่าเสือลำบาก ลุงปาน จึงสั่งให้ ทิดก่ำ ยิงปืนขึ้นฟ้า หลังสิ้นเสียงปืนแก๊ป เสียงปืนลูกซองของอีกฝ่ายก็ดังขึ้น เมื่อจับทิศทางได้แล้ว พรานโทน จึงเดินออกจากป่าในสภาพเนื้อตัวมอมแมม จน ป้าสาย ผู้กลัวผีเป็นทุนเดิมขี้ขึ้นสมองหนักเข้าไปอีกเพราะมั่นใจว่าที่พรานหนุ่มใหญ่หลงป่าเป็นเพราะผีบังบด

 

            กระท่อมแต่ละหลังเสร็จลงด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีมาแต่โบราณโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่บาทเดียว  เครื่องบนจำพวกแป จันทัน และจั่วใช้ไม้ไผ่ ส่วนพื้นไม้กับฝากระท่อมใช้ไม้ไผ่สีสุกมาสับตีแผ่เรียกว่า ‘ไม้ฟาก’ หลังคาเป็นหลังคามุงแฝก โดยมีหวายและเถาวัลย์ทำหน้าที่แทนตะปู จนป่าทึบทึมที่ดูน่ากลัวในตอนแรกอันตรธานหายไปกลายเป็นหมู่บ้านร่มรื่นน่าอยู่

 

            นอกจากนี้ ลุงปาน ยังเสนอให้สร้างศาลามุงจากไว้เป็นส่วนกลางสำหรับชาวบ้านที่ต้องการรวมตัวกันในมื้อเย็น หรือไว้นั่งเล่นนอนเล่นอีกด้วย

 

            เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว วันต่อมา ลุงปาน จึงสั่งให้ลูกบ้านชายบางส่วนที่มี พรานโทน เป็นหัวหน้าเดินทางกลับไปยังหมู่บ้านเดิมเพื่อรับชาวบ้านที่เหลือพร้อมขนข้าวของออกมาให้หมด แต่มีอยู่ 2 ครอบครัวที่ไม่ยอมย้ายออกเพราะเกรงภัยอันตรายจากสัตว์ป่า ผีป่า รวมทั้งไข้มาลาเรีย พรานโทน ไม่ขัดข้องทั้งยังเห็นดีเห็นงามด้วย อย่างน้อยบ้านเก่าๆ ที่ถึงแม้จะผุพังไปบ้างแต่ก็ยังสามารถใช้เป็นที่พักพิงในยามชาวบ้านนำของป่าออกมาขาย

 

            คืนแรกที่ชาวบ้านห้วยปลากั้งกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เสียงกู่ร้องที่ดังขึ้นยามค่ำทำเอาคนมาใหม่ที่กำลังนั่งล้อมวงกินดื่มพากันหายใจไม่ทั่วท้อง กระทั่ง พรานโทน ยืนยันว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงกระทิงตัวผู้ที่มักร้องกู่หาคู่ยามหน้าหนาว ไม่ใช่ผีสางอย่างที่กังวล ความเชื่อมั่นในตัวพรานอาชีพทำให้ชาวบ้านรู้สึกผ่อนคลายลงไปได้บ้าง

 

            วันรุ่งขึ้น พรานโทน ชักชวนชาวบ้าน 3-4 คนออกล่าไก่ป่าไปพร้อมๆ กับตามรอยเท้ากระทิง กระทั่งได้พบโป่ง*** ที่มันลงมากินเป็นประจำ คาดเดาว่ากระทิงโทนตัวนี้คงจะตัวใหญ่ไม่น้อย พรานป่าเริ่มไม่แน่ใจว่าลำพังเขาคนเดียวจะล้มมันลงหรือไม่

 

หลังชาวบ้านเริ่มวางแผนในการทำมาหากิน บ้างปลูกพืชไร่ถั่วงา บ้างหาของป่าขาย บ้างทำน้ำมันยาง บ้างตีผึ้ง ฯลฯ ส่วน ทิดมี พรานฝึกหัดยืนยันจะเป็นพรานที่มีฝีมือให้ได้เหมือน พรานโทน เขาจึงมักติดตาม พรานโทน ไปทุกหนแห่ง ทิดมี แม่นยำในการใช้ปืนแก๊ปล่าสัตว์ ครั้งหนึ่งเขายิงหมูป่าเจาะหูซ้ายทะลุหูขวาจนแน่นิ่ง หลังพรานหัวหน้ายิงพลาดจนมันพุ่งเข้าใส่เล่นเอาเกือบตาย   

   

ขณะทุกอย่างกำลังดำเนินไปด้วยดี ความโศกเศร้ากลับมาเยือนชาวบ้านห้วยปลากั้งโดยไม่คาดคิด เมื่อวันหนึ่งกลุ่มชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อออกไล่ล่าหมูป่า จำนวนนั้นประกอบด้วย ทิดมี ทิดสอน ทิดสุก ทิดก่ำ ทิดยืน ไอ้แกละ ไอ้สา รวมถึงชายชราอย่าง ลุงเสา ผู้วางแผนให้แบ่งคนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งทำหน้าที่เคาะไล่หมูป่าให้ออกจากที่ซ่อน ขณะที่อีกกลุ่มซึ่งมีปืนทำหน้าที่ไล่ยิง โดยมี ลุงเสา นั่งสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล

 

            เสียงปืนดังขึ้นหลายนัด หมูป่าล้มลงหลายตัว ขณะที่ตัวใหญ่สุดซึ่งถูก ทิดมี ยิงพลาดเป้าแต่บาดเจ็บสาหัสวิ่งเตลิดไปยังจุดที่ ลุงเสา นั่งเอนกาย ประจวบเหมาะกับที่ชายชราลุกขึ้นดูเหตุการณ์หลังเสียงปืนเงียบลง หมูป่าหนีตายที่เต็มไปด้วยความคลั่งแค้นจึงเสยเขี้ยวเข้าที่กลางลำตัว ก่อนตวัดเข้าช่องท้องจนลำไส้ของชายชราผู้เคราะห์ร้ายขาดกระจุย

 

เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านไม่ได้หมดเพียงเท่านี้ พรานป่าต่างถิ่นสองคนที่หวังเข้ามาล่ากระทิงโทนซึ่งมีเขาใหญ่โค้งงามตามคำบอกเล่าของผู้ที่เคยพบเจอต้องมาจบชีวิตลงเพราะถูกช้างป่าเหยียบตายอย่างน่าอเนจอนาถ รวมถึง นางพา เมียของ ทิดยืน ที่ถูกเสือโคร่งกัดตายขณะเก็บผักอยู่ตามริมห้วย หลังจาก ทิดยืน ซึ่งออกนั่งร้านล่าสัตว์ตอนกลางคืนพลาดไปยิงมันเข้า เมื่อเป็นเช่นนี้ ลุงปาน กับ พรานโทน จะแก้ไขสถานการณ์ที่เผชิญอยู่อย่างไรต่อไป?

 

แต่ละบทของนวนิยายผจญภัยในป่าดงดิบที่มีชื่อว่า ‘โป่งกระทิง’ ล้วนมีเหตุการณ์อันน่าลุ้นระทึกจนวางไม่ลง วัธนา บุญยัง นำจินตนาการของผู้อ่านโลดแล่นไปกับเรื่องราวต่างๆ ที่เขาสร้างสรรค์ขึ้นราวกับเป็นเรื่องจริงด้วยภาษาเรียบง่ายน่าติดตาม ผู้อ่านจะสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของชาวบ้านที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ระแวดระวัง ตื่นตระหนกในภัยอันอันตรายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้ขณะอยู่กลางป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ผีป่า และความอาถรรพณ์ โดยในตอนจบเรียกได้ว่าเหนือความคาดหมาย

 

          โป่งกระทิง’ ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงตามลักษณาการของนวนิยายที่ดีเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยสาระน่ารู้ที่สอดแทรกอยู่ทุกช่วงตอน วิถีชีวิตของชาวบ้านห้วยปลากั้งที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข เอื้ออาทร แบ่งปัน และไร้การแก่งแย่งชิงดี นิยามที่หาได้ไม่ง่ายนักจากผู้คนในสังคมปัจจุบัน อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงการมี ‘ชีวิตพอเพียง’ เป็นเลิศ.

 

 * เถาวัลย์ที่วนต้นไม้ไปทางซ้าย สามารถทำให้หลงป่าได้ตามความเชื่อ โดยเถาวัลย์ปกติจะวนทางขวา (หน้า 68)

**  ผีบังบด ผีชนิดหนึ่งชอบแกล้งให้คนหลงป่าหาทางกลับไม่ถูก บางทีถึงตาย ว่ากันว่าผีบังบด ต้องการตัวตายตัวแทนเพื่อไปเกิด (หน้า 69)

*** ดินโป่งร่วนๆ สีแดงที่มีรสเค็มจากธาตุเกลือ ง่ายต่อสัตว์ใหญ่ขุดคุ้ยขึ้นมากิน ไม่ว่าจะเป็นช้าง กระทิง วัวแดง หรือสัตว์เล็กลงมาอย่างเก้ง กวาง (หน้า 125)

 

            ข้อมูลหนังสือ : โป่งกระทิง วัธนา บุญยัง เขียน, ขจรฤทธิ์ รักษา บรรณาธิการ, สำนักพิมพ์บ้านหนังสือ มีนาคม 2555, 260 หน้า ราคา 185 บาท

 

          หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้เผยแพร่ครั้งแรกที่ นิตยสารเรื่องสั้น ฉบับที่ 2 สิงหาคม 2555  (http://issuu.com/thai_writer_magazine) โดย นิวัต พุทธประสาท

Rating: 5.4/10 (74 votes cast)

2337 views | add comment0 comment » เข้าระบบ เพื่อแสดงความเห็น
iconcounter : 4,057,377
ค้นหา »

Username

Password

กรอก Username และ Password เพื่อเข้าระบบ
สมัครสมาชิก
ลืมรหัสผ่าน

งานเขียนจากสมาชิก

10 ลำดับล่าสุด
เมื่อเขาประกาศลั่นกลองรบ
Posted 2014-03-24 04:53:52 By ปรารภ
45 views | add comment0 comment »
เก็บดอกรัก มาฝากคนทั้งโลก
Posted 2014-02-14 16:46:50 By เธอชื่อ มัทสุรี
112 views | add comment0 comment »
เชิดชูครูไทย...ในคำกาพย์
Posted 2014-01-14 12:03:46 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
138 views | add comment0 comment »
อวยพรชัย....ปีใหม่
Posted 2013-12-27 16:10:52 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
169 views | add comment0 comment »
อาเซียนคำฉันท์
Posted 2013-11-20 16:46:05 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
212 views | add comment1 comment »
ประชาสัมพันธ์ : ขอเชิญ ประกวดบทความ "วันอุเมดะ 20 มีนาคม"
Posted 2013-10-14 14:14:47 By กัลยาณี พลับสอาด
319 views | add comment0 comment »
ยังโชคดี..ที่ได้กลับบ้าน
Posted 2013-10-01 13:54:44 By เธอชื่อ มัทสุรี
325 views | add comment0 comment »
พระคุณของแม่
Posted 2013-08-08 15:07:48 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
447 views | add comment1 comment »
เพื่อนเงา
Posted 2013-08-01 19:23:58 By บุญตา บุรีศรี
484 views | add comment1 comment »
บทสดุดีสุนทรภู่คำโคลง
Posted 2013-06-26 20:00:56 By นายทองม้วน สิงห์ทองห้าว
451 views | add comment0 comment »
ดูทั้งหมด »

รายชื่อคอลัมนิสต์

Mataree คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 164 เรื่อง
กฤติศิลป์ ศักดิ์ศิริ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 107 เรื่อง
คติ มุธุขันธ์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 96 เรื่อง
เครือข่ายนักเขียน แห่งประเทศไทย คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 76 เรื่อง
ชาติชาย อมรเลิศวัฒนา คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 10 เรื่อง
ชาติวุฒิ บุณยรักษ์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 8 เรื่อง
ซะการีย์ยา อมตยา คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 17 เรื่อง
นพดล ปรางค์ทอง คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง
นันทณัชชา เชื้อสุวรรณ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 45 เรื่อง
พฤษภา อาทิตย์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 5 เรื่อง
พิสิฐ ภูศรี คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 1 เรื่อง
ภฤศ ปฐมทัศน์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง
มารุต เหล็กเพชร คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 11 เรื่อง
ระวิวรรณ ศรีสยาม คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง
ราวัฬ ปินดี คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 18 เรื่อง
วรวิช ทรัพย์ทวีแสง คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 12 เรื่อง
วิภพ ล้อมเขต คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 12 เรื่อง
วิวัฒน์ เลิศวิวัฒนวงศา คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 1 เรื่อง
อรรคพล สาตุ้ม คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 27 เรื่อง
อาคเนย์ ประพันธ์พจน์ คอลัมน์ | เรื่องทั่วไป - จำนวนเรื่องที่เขียน : 2 เรื่อง