|
เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย THAI WRITER NETWORK
2170 อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ชั้น 7 ห้อง 707 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์/โทรสาร 0 2308 0410 11
หมวดที่ 1 บททั่วไป
ข้อ 1. เครือข่ายนี้มีชื่อว่า "เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย" (คนท.)
มีชื่อภาษาอังกฤษว่า "THAI WRITER NETWORK" ใช้อักษรย่อว่า T.W.N
ข้อ 2. เครื่องหมายของเครือข่าย
แถบสีบาร์โค้ด ความหมายถึงการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์อันหลากหลาย
เพื่อนำไปสู่จุดหมายเดียวกัน
ข้อ 3. สำนักงานเครือข่าย สำนักงานชั่วคราวตั้งอยู่ที่ 2170 อาคารกรุงเทพทาวเวอร์ ชั้น 7 ห้อง 707 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทรศัพท์/โทรสาร 0-2308-0410-11
หมวด 2 วัตถุประสงค์
ข้อ 4. เครือข่ายนี้มีวัตถุประสงค์
ก. เพื่อรวมพลังนักเขียนรุ่นใหม่ ในการร่วมกันพัฒนาแวดวงวรรณกรรมไทย
ข. เพื่อพัฒนาคุณภาพทางการอ่าน-การเขียน
ค. เพื่อพัฒนาเนื้อหาสาระและรูปแบบแห่งการสร้างสรรค์ผลงานวรรณกรรม
ง. สร้างพื้นที่อิสระทางวรรณกรรม ในการเผยแพร่ผลงานของนักเขียน
จ. ประสานความร่วมมือร่วมใจระหว่างนักเขียนหลากรุ่นวัย ตลอดจนองค์กรวรรณกรรมต่าง ๆ
ฉ. เพื่อรักษาดูแลลิขสิทธิ์ทางปัญญาของนักเขียน และคุ้มครองสวัสดิการของนักเขียน
หมวด 3. สมาชิกภาพ
ข้อ 5 สมาชิกของเครือข่ายแบ่งออกเป็น 3 ประเภท
ก. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ข. สมาชิกสามัญ ค. สมาชิกวิสามัญ
ข้อ 6. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่
บุคคลที่ได้รับการยอมรับในแวดวงสังคมและแวดวงวรรณกรรม และเป็นบุคคลที่สร้างคุณประโยชน์ให้แก่แวดวงวรรณกรรมไทย
ข้อ 7. สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
ก. เป็นบุคคลที่มีผลงานสร้างสรรค์งานเขียนที่ปรากฏต่อสาธารณชน
ข้อ 8. สมาชิกวิสามัญ ได้แก่
ก. เป็นบุคคลทั่วไปซึ่งรักการอ่าน การเขียน แต่ยังไม่มีผลงานปรากฏต่อสาธารณชน
ข้อ 9. ค่าสมัครและค่าบำรุงสมาชิกใหม่ทุกประเภท ยกเว้นสมาชิกกิตติมศักดิ์
ต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นสมาชิกคนละ 20 บาท และเสียค่าบำรุงสมาชิกดังนี้
ก. สมาชิกสามัญตลอดชีพ ชำระค่าบำรุงครั้งเดียว 1,000 บาท
ข. สมาชิกสามัญ ชำระค่าบำรุงเป็นรายปี ปีละ 100 บาท
ค. สมาชิกวิสามัญ ชำระค่าบำรุงเป็นรายปี ปีละ 50 บาท
ง. สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงรายปี
ข้อ 10. สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดังนี้
ก. ตาย
ข. ลาออก
ค. ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียนเพราะมีความประพฤติในทางที่จะนำความเสื่อมเสีย
มาสู่เครือข่าย
ง. ไม่ชำระค่าบำรุงหรือหนี้สินที่มีต่อเครือข่าย ทั้งนี้โดยได้รับหนังสือเตือนมาแล้ว 3 ครั้ง ในระยะเวลาห่างกัน 30 วัน
หมวด 4 สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
ข้อ 11. สมาชิกมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นปรึกษาหารือขอความช่วยเหลือต่อคณะ
กรรมการบริหารของเครือข่ายเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของเครือข่าย
ข้อ 12. สมาชิกย่อมได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อันพึงมีพึงได้จากการดำเนินงานของ
เครือข่ายเพื่อให้ได้ผลตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวแล้ว
ข้อ 13. สมาชิกมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตนตามข้อบังคับของเครือข่ายช่วยเหลือกิจกรรม และบำเพ็ญตนตามวัตถุประสงค์ของเครือข่าย
ข้อ 14. สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
ส่วนสมาชิกกิตติมศักดิ์และสมาชิกวิสามัญมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับ
สมาชิกสามัญ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่
ข้อ 15. เป็นหน้าที่ของสมาชิกที่จะนำส่งค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงใด ๆ แก่เจ้าหน้าที่
ของเครือข่ายเมื่อถึงกำหนดเวลาที่จะต้องชำระ
ข้อ 16. สมาชิกจำนวนตั้งแต่ 30 คนขึ้นไปมีสิทธิเรียกร้องให้เปิดประชุมใหญ่เพื่อ
พิจารณาถึงปัญหารีบด่วนอันอาจเกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับเครือข่ายและ
การดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ของเครือข่าย สิทธิดังกล่าวจะกระทำเพื่อ
ให้มีการพิจารณาเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของเครือข่ายได้
หมวด 5 การบริหารของเครือข่าย
ข้อ 17. ให้คณะกรรมการบริหารของเครือข่ายเป็นผู้บริหารงาน ให้เป็นไปตาม
วัตถุประสงค์
คณะกรรมการบริหารของเครือข่ายมีจำนวน 15 คน ให้ที่ประชุมใหญ่เลือกตั้ง
จากสมาชิกสามัญ 7 คน และให้กรรมการบริหารที่ได้รับเลือก 7 คนนี้ประชุม
เลือกกรรมการอีก 8 คน โดยถือคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของคณะกรรมการบริหาร
ที่ประชุม อนึ่ง สมาชิกสามัญที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเลือกตั้งต้องปรกฏตัวอยู่ใน
ที่ประชุมใหญ่ด้วย
ข้อ 18. คณะกรรมการบริหารประชุมกันเองเพื่อเลือกตั้งประธาน 1 คน รองประธาน 2 คน
และเลขาธิการ 1 คน โดยให้เป็นหน้าที่ของประธาน รองประธาน และเลขาธิการ
จะหารือกัน แต่งตั้งกรรมการประจำตำแหน่งดังต่อไปนี้
ผู้จัดการสำนักงาน
เหรัญญิก
ทะเบียน/สมาชิก
สาราณียกร
บรรณารักษ์
ประชาสัมพันธ์
เลขานุการ
สวัสดิการ
ดูแลพัฒนาเวปไซต์
คณะผู้ประสานงาน
ผู้ประสานงานภาคเหนือ
ผู้ประสานงานภาคใต้
ผู้ประสานงานภาคตะวันออก
ผู้ประสานงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ผู้ประสานงานภาคตะวันตก
ผู้ประสานงานภาคกลาง
กรรมการประจำตำแหน่งอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการบริหารจะเห็นสมควร
ข้อ 19. กรรมการจะพ้นตำแหน่งต่อเมื่อไม่เข้าประชุมกรรมการ ติดต่อกัน 3 ครั้ง
โดยไม่แจ้งเหตุผลก่อนวันประชุม นอกจากคณะกรรมการบริหารจะวินิจฉัย
เป็นอย่างอื่น
ข้อ 20. คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่ดำเนินกิจการของเครือข่ายให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
และดำรงตำแหน่งได้สมัยละ 2 ปี
ข้อ 21. ประธานอยู่ในตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 สมัย
ข้อ 22. ในการประชุมคณะกรรมการ ประธานเครือข่ายเป็นประธานที่ประชุมโดยตำแหน่ง ถ้าประธานไม่อยู่ ให้รองประธานคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่แทน และรองประธานไม่อยู่
ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการที่อาวุโสสูงสุดเป็นประธาน
ข้อ 23. ให้มีการประชุมคณะกรรมการตามปกติอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง กรรมการตั้งแต่
3 คนขึ้นไปอาจมีหนังสือถึงประธานเสนอให้เปิดประชุมเป็นกรณีพิเศษเมื่อใดก็ได้
และเลขาธิการจะต้องทำหนังสือเรียกประชุมกรรมการภายใน 7 วัน นับจากได้รับ
หนังสือบอกกล่าวจากกรรมการ 1 ใน 3 จึงจะเป็นองค์ประชุม
หมวด 6 การประชุมใหญ่
ข้อ 24. การประชุมใหญ่สามัญจัดให้มีขึ้นปีละครั้งในเดือนมกราคมเพื่อคณะกรรมการ
บริหารจะได้แถลงกิจการที่ได้ดำเนินมาในรอบปี และเลือกตั้งคณะกรรมการใหม่
และแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชีเมื่อถึงวาระ
ข้อ 25. คณะกรรมการบริหารอาจมีมติให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้
และสมาชิกไม่ต่ำกว่า 1 ใน 5 อาจขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญโดยทำเป็นหนังสือ
ลงลายมือชื่อยื่นต่อประธานหรือเลขาธิการ และคณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการ
ประชุมตามที่ร้องขอภายใน 20 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือนั้น
ข้อ 26. ให้เลขาธิการแจ้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมใหญ่สามัญ
ให้สมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
ข้อ 27. การประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกมาร่วมไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าการประชุมครั้งแรกไม่ครบองค์ประชุมให้เลขาธิการนัดประชุมครั้งที่สองภายใน
เวลาห่างจากครั้งแรกอย่างน้อย 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ในการประชุมครั้งที่ 2 นี้
สมาชิกจะมาเท่าใดก็ได้ ถือเป็นองค์ประชุมได้
ข้อ 28. ให้ประธานเครือข่ายเป็นประธานในการประชุมใหญ่สามัญ ถ้าประธานไม่อยู่หรือไม่อาจ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ให้รองประธานทำหน้าที่แทน ถ้ารองประธานไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติ
หน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งหรือสมาชิกอาวุโสเป็นประธาน
ข้อ 29. การลงมติของที่ประชุมใหญ่ สมาชิกสามัญที่มาประชุมด้วยตนเองเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ
ออกเสียงได้โดยสมาชิก 1 คน มีเสียง 1 เสียง มติที่ประชุมให้ถือตามเสียงข้างมาก
เว้นไว้แต่จะได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้ามีเสียงเสมอกัน ให้ประธานเป็นผู้ชี้ขาด
หมวด 7 การเงินของเครือข่าย
ข้อ 30. ประธานมีอำนาจสั่งจ่ายเงินเพื่อกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งของเครือข่ายได้ไม่เกิน
หนึ่งหมื่นบาท ถ้าเกินหนึ่งหมื่นบาทให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ
ข้อ 31. การจ่ายเงินเพื่อกิจกรรมของเครือข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งเกินกว่าหนึ่งหมื่นบาท
จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ โดยมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า
3 ใน 4 ของกรรมการที่มาประชุม
ข้อ 32. ให้เหรัญญิกมีเงินสำรองจ่ายไม่เกินห้าพันบาท
ข้อ 33. การจ่ายเงินที่มีผู้บริจาคให้แก่เครือข่ายโดยระบุวัตถุประสงค์ในการใช้รวมทั้งดอกผล
ที่เกิดขึ้นจากเงินนั้นให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่ผู้บริจาคกำหนดไว้
ข้อ 34. เงินนอกจากที่กล่าวไว้ในข้อ 33 ให้เหรัญญิกนำฝากไว้ในธนาคารหรือจัดหาดอกผล
ทั้งนี้โดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการ
ข้อ 35. การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานเป็นเอกสารโดยมีลายมือชื่อของประธาน 1 คน
กับเลขาธิการ หรือเหรัญญิก 1 คน เป็นผู้ลงนามสั่งจ่ายจึงจะจ่ายได้
ข้อ 36. ให้เหรัญญิกทำบัญชีแสดงฐานะการเงินประจำเดือนเสนอต่อคณะกรรมการ
และให้ทำบัญชีรับจ่ายและงบดุลประจำปีของเครือข่ายเสนอต่อที่ประชุม
ข้อ 37. ผู้สั่งจ่ายเงินต้องรับผิดชอบการจ่ายเงินผิดวัตถุประสงค์ของเครือข่าย
ในกรณีที่การจ่ายเงินดังกล่าวได้รับอนุมัติหรือมติของคณะกรรมการ
กรรมการทุกคนจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยกเว้นกรรมการที่มิได้เข้าร่วมประชุม
หรือที่ไม่เห็นชอบกับการจ่ายเงินนั้น
หมวด 8 ความสัมพันธ์กับสมาชิก
ข้อ 38. เครือข่ายจะถือเอาภูมิลำเนาของสมาชิกที่ปรากฏตามทะเบียนเป็นสถานที่ทำการ
ติดต่อระหว่างสมาชิกกับเครือข่ายเท่านั้น สมาชิกผู้ใดย้ายที่อยู่จะต้องแจ้งให้ฝ่าย
ทะเบียนสมาชิกทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน
หมวด 9 ข้อการแก้ไขข้อบังคับ
ข้อ 39. การเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมหรือยกเลิกข้อบังคับของเครือข่ายให้อยู่ในอำนาจ
ของที่ประชุมใหญ่
หมวด 10 การเลิกเครือข่าย
ข้อ 40. หากเครือข่ายนี้จะต้องเลิกด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ที่ประชุมใหญ่ของเครือข่าย
เป็นผู้ชี้ขาดว่าควรจะมอบหรือโอนทรัพย์สินของเครือข่ายให้เป็นขององค์กร
ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสาธารณกุศลแห่งใด
หมวด 11 บทเฉพาะกาล
ข้อ 41. ในการประชุมก่อตั้งเครือข่าย เมื่อที่ประชุมรับรองร่างข้อบังคับของคณะกรรมการ
ร่างข้อบังคับแล้วให้เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชั่วคราวขึ้นชุดหนึ่งเพื่อ
ดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายและรับสมัครสมาชิกชุดแรก
ข้อ 42. ให้นำข้อความที่เกี่ยวกับการรับสมาชิกในหมวด 3 ว่าด้วยสมาชิกภาพมาใช้โดย
อนุโลม
ข้อ 43. ให้คณะกรรมการบริหารชั่วคราวพิจารณาสอบสวนคุณสมบัติของผู้สมัครเข้า
เป็นสมาชิกตามข้อบังคับโดยเคร่งครัด
ข้อ 44. เมื่อคณะกรรมการบริหารชั่วคราวได้ดำเนินการจัดตั้งเครือข่ายเรียบร้อยแล้ว
ต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่เพื่อ
ก. รับรองสมาชิกชุดแรก
ข. เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารของเครือข่าย
ข้อ 44. เมื่อการจัดตั้งเครือข่ายเรียบร้อย และที่ประชุมเลือกตั้งคณะกรรมการบริหาร
ตามข้อบังคับของเครือข่ายครบถ้วนแล้ว บทเฉพาะกาลนี้ไม่มีผลใช้บังคับ
|